โทรศัพท์ตกพื้นบ่อย ๆ ส่งผลเสียอย่างไรบ้าง
การที่มือถือกระทบพื้นแข็งบ่อย ๆ แรงสั่นสะเทือนจะส่งผลต่อฮาร์ดแวร์ภายในอย่างมาก แม้ภายนอกจะดูปกติแต่ข้างในอาจจะค่อย ๆ พังสะสม ดังนี้
หน้าจอไม่ตอบสนองหรือค้าง แรงกระแทกอาจทำให้สายแพหน้าจอหลวม หรือแผงวงจรควบคุมระบบสัมผัสเสียหาย ทำให้กดยากหรือทัชไม่ติดในบางจุด
แบตเตอรี่ลดไวหรือชาร์จไม่เข้า ขั้วแบตเตอรี่อาจเคลื่อน หรือเซลล์แบตเตอรี่ภายในเกิดความเสียหายจากการถูกกระแทกแรง ๆ ส่งผลให้เก็บไฟไม่อยู่หรือชาร์จไฟไม่เข้า
กล้องสั่นหรือภาพเบี้ยว ชุดเลนส์และระบบป้องกันภาพสั่นไหว (OIS) มีความละเอียดอ่อนมาก การตกบ่อยจะทำให้กลไกเหล่านี้คลาดเคลื่อนจนโฟกัสไม่ได้หรือภาพสั่นตลอดเวลา
เสียงลำโพงหรือไมโครโฟนผิดปกติ ลำโพงอาจเสียงแตก หรือไมโครโฟนดับไปเลยเนื่องจากแผงวงจรส่วนเสียงหลุดหรือชำรุด
5 วิธีเช็กอาการเบื้องต้น เมื่อโทรศัพท์ตกบ่อย ๆ
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่โทรศัพท์ตกบ่อย ลองใช้ 5 วิธีนี้ตรวจสอบเครื่องเบื้องต้นเพื่อประเมินความเสียหาย
ตรวจสอบหน้าจอและระบบสัมผัส (Touch Screen)
ลองปัดหน้าจอไปมาให้ทั่วทุกมุม หรือลองพิมพ์คีย์บอร์ดทุกตัวอักษรเพื่อดูว่ามีจุดไหนที่ทัชไม่ติดหรือไม่ รวมถึงสังเกตว่ามีเส้นสีแปลก ๆ หรือจุดดำ (Dead Pixel) โผล่ขึ้นมาบนหน้าจอหรือเปล่า
ทดสอบระบบเสียงและไมโครโฟน
ลองเปิดเพลงที่ระดับเสียงดังสุดเพื่อเช็กว่าเสียงแตกไหม จากนั้นให้ลองใช้แอปบันทึกเสียงพูดดูว่าไมโครโฟนยังรับเสียงได้ชัดเจนปกติหรือไม่ เพราะบางครั้งการตกอาจทำให้สายสัญญาณขาดหายได้
เช็กการเชื่อมต่อ (Signal & Wi-Fi)
สังเกตขีดสัญญาณโทรศัพท์และ Wi-Fi ว่าแกว่งผิดปกติไหม หรือมีอาการเชื่อมต่อขาด ๆ หาย ๆ หรือเปล่า เพราะเสาสัญญาณมักจะอยู่บริเวณขอบเครื่อง ซึ่งเป็นจุดที่รับแรงกระแทกได้ง่ายที่สุด
ตรวจสอบกล้องหน้า-หลัง
เปิดแอปกล้องแล้วลองโฟกัสวัตถุทั้งระยะใกล้และไกล ดูว่าภาพคมชัดเหมือนเดิมไหม และลองเขย่าเครื่องเบา ๆ ถ้าได้ยินเสียงกึกกักข้างในกล้อง แสดงว่าชิ้นส่วนกันสั่นอาจหลุดแล้ว
สังเกตความร้อนและการชาร์จไฟ
หลังจากโทรศัพท์ตกใหม่ ๆ ให้ลองเสียบชาร์จดูว่าไฟเข้าสม่ำเสมอไหม และในระหว่างใช้งานเครื่องร้อนเร็วกว่าปกติหรือเปล่า หากเครื่องร้อนจัดทั้งที่ไม่ได้ใช้งานหนัก อาจเกิดจากการลัดวงจรภายในได้
ปกป้องโทรศัพท์ตกกระพื้นด้วยเคสกันกระแทกจาก CaseClub
ไม่อยากมานั่งลุ้นทุกครั้งที่มือถือหลุดมือ การป้องกันไว้ก่อนคือทางออกที่ดีที่สุด วิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดคือการเลือกใช้เคสคุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อรับแรงกระแทกโดยเฉพาะ อย่าง CaseClub เรามีตัวเลือกให้คนรักมือถือได้ปกป้องเครื่องอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น เคส iPhone ที่ดีไซน์สวยแต่แข็งแกร่ง หรือเคสโทรศัพท์ Samsung ที่ปกป้องได้ครอบคลุมทุกมุมเครื่อง เคสของเราผ่านการทดสอบ Drop Test สามารถป้องกันการตกกระแทกได้สูงถึง 2 เมตร ผลิตจาก PC และ TPU คุณภาพดี ช่วยกระจายแรงกระแทกไม่ให้ส่งถึงชิ้นส่วนสำคัญภายในเครื่อง ให้คุณใช้งานได้อย่างสบายใจในทุกสถานการณ์
สรุปบทความ
คำถามที่ว่าโทรศัพท์ตกพื้น เป็นไรไหม คำตอบคือเป็นไปได้ทั้งไม่เป็นไรเลย ไปจนถึงพังหนัก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมที่ตกและความรุนแรง ดังนั้นการมีสติในการใช้งานเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีอุปกรณ์ป้องกันที่ดี การลงทุนกับเคสกันกระแทกคุณภาพสักชิ้น จะช่วยประหยัดค่าซ่อมหลักพันหรือหลักหมื่นในอนาคตได้อย่างแน่นอน
หากคุณกำลังมองหาเคสที่ปกป้องมือถือได้จริง พร้อมดีไซน์สวย ใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน เคสกันกระแทกจาก CaseClub คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งเรื่องความแข็งแรง การรองรับแรงกระแทก และมีให้เลือกหลากหลายรุ่นตามไลฟ์สไตล์ สั่งซื้อได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ ใช้งานง่าย ครบจบในที่เดียว เพื่อให้มือถือเครื่องโปรดของคุณปลอดภัยทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเผลอทำตกอีกกี่ครั้งก็ตาม!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โทรศัพท์ตกพื้นแต่ไม่มีรอยแตก จำเป็นต้องไปหาช่างไหม?
หากเช็ก 5 อาการเบื้องต้นแล้วยังใช้งานได้ปกติทุกอย่าง ก็ยังไม่จำเป็นต้องไปหาช่าง แต่ควรเฝ้าระวังอาการผิดปกติภายใน 1 - 2 สัปดาห์ เพราะบางอาการอาจจะไม่แสดงผลทันที
เคสแบบไหนช่วยลดความเสียหายได้ดีที่สุด?
เคสที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพอย่าง PC และ TPU จะช่วยซับแรงกระแทกได้ดีที่สุด รวมถึงควรเลือกเคสที่มีขอบหน้าจอและขอบเลนส์กล้องยกสูงขึ้นมาเพื่อป้องกันการสัมผัสพื้นโดยตรง
โทรศัพท์ตกบ่อยจนหน้าจอแตก ควรซ่อมหรือเปลี่ยน?
ถ้าเป็นรุ่นใหม่และตัวเครื่องภายในยังปกติดี การเปลี่ยนหน้าจอแท้ถือว่าคุ้มค่า แต่ถ้าเป็นรุ่นเก่ามากและเริ่มมีอาการรวนอื่น ๆ ร่วมด้วย การมองหามือถือเครื่องใหม่และใส่เคสกันกระแทกตั้งแต่วันแรกอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า