แบตเสื่อมหรือยัง? เช็ก 7 อาการแบตมือถือเสื่อม พร้อมวิธีดูแลให้ใช้ได้นานขึ้น
ใช้สมาร์ตโฟนกันทั้งวัน ทั้งทำงาน เล่นโซเชียล หรือดูซีรีส์ จนบางทีก็แอบสงสัยว่า แบตเสื่อมแล้วหรือยัง เพราะจู่ ๆ แบตก็ลดฮวบจนน่าตกใจ บางทีเครื่องก็ดับไปดื้อ ๆ ใครที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่ วันนี้ CaseClub จะพาไปเช็ก อาการแบตมือถือเสื่อมว่า มีสัญญาณเตือนอะไรบ้างที่บอกว่า ถึงเวลาต้องพาเครื่องไปตรวจเช็กสุขภาพ พร้อมทริกเด็ด ๆ ในการถนอมแบตให้อยู่ทนทาน ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น
7 อาการแบตมือถือเสื่อมที่พบบ่อยที่สุด!
ลองมาสังเกตกันดูว่า สมาร์ตโฟนคู่ใจที่ใช้อยู่ทุกวันกำลังส่งสัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพแบตเตอรี่อยู่หรือไม่ ถ้าใครเริ่มมีอาการเหล่านี้เกิน 2 - 3 ข้อ เป็นไปได้สูงมากว่ากำลังเผชิญกับปัญหาแบตโทรศัพท์เสื่อมเหล่านี้จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย
1. แบตหมดเร็วผิดปกติ
ชาร์จเต็ม 100% ตอนเช้า แต่พอยังไม่ทันถึงช่วงบ่าย แบตก็ลดลงจนเหลือไม่ถึงครึ่ง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เปิดแอปพลิเคชัน หรือใช้งานหนักอะไรเลย อาการแบบนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ และเก็บประจุไฟไม่อยู่แล้ว จนบางทีต้องคอยพกพาวเวอร์แบงค์ติดตัวไว้ตลอดเวลาเพื่อให้อุ่นใจ
2. เครื่องร้อนง่ายแม้ไม่ได้ใช้งานหนัก
ปกติเวลาเล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ เครื่องจะร้อนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าแค่ไถฟีดโซเชียลเบา ๆ ตอบแชตทั่วไป หรือแค่วางทิ้งไว้เฉย ๆ แล้วเครื่องมีอุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ด นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า แบตเตอรี่ข้างในอาจจะกำลังทำงานผิดปกติ และปล่อยความร้อนออกมามากเกินไป
3. เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่สวิง
หน้าจอยังโชว์แบตอยู่ 50% แต่พอหยิบขึ้นมาเปิดกล้องถ่ายรูปแค่แชะเดียว แบตกลับลดฮวบลงมาเหลือ 10% ซะอย่างนั้น อาการเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่หลอกตา หรือสวิงขึ้นลงแบบไม่มีเหตุผล เป็นอีกหนึ่งจุดสังเกตยอดฮิตที่ยืนยันว่า ระบบจ่ายไฟเริ่มมีปัญหา
4. เครื่องดับเองบ่อยครั้ง
ใช้งานอยู่ดี ๆ หน้าจอก็ดำมืดแล้วเครื่องก็รีสตาร์ตตัวเอง ทั้งที่เปอร์เซ็นต์แบตบนหน้าจอก็ยังเหลือตั้งเยอะ อาการนี้เกิดจากการที่แบตเตอรี่ไม่สามารถจ่ายไฟหล่อเลี้ยงระบบได้อย่างเสถียร ทำให้ระบบเซนเซอร์สั่งชัตดาวน์ เพื่อป้องกันความเสียหายของแผงวงจรภายใน
5. แบตบวม
อันนี้ถือเป็นอาการขั้นวิกฤต ลองสังเกตที่ฝาหลัง หรือหน้าจอมือถือดูว่ามีรอยนูนป่องออกมาผิดปกติหรือไม่ ถ้าเริ่มดันฝาหลัง หรือดันหน้าจอจนอ้าออก แนะนำว่าให้รีบนำไปเปลี่ยนทันที ไม่ควรฝืนใช้งาน หรือพยายามบีบอัดเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายจากการระเบิดได้
6. ชาร์จเต็มเร็วเกินไป
หลายคนอาจจะคิดว่าชาร์จเต็มเร็วก็ดี จะได้ไม่ต้องรอนาน แต่ความจริงแล้ว ไม่เป็นเช่นนั้น ถ้าเสียบสายชาร์จปุ๊บ เปอร์เซ็นต์เด้งจาก 10% ไป 100% ภายในเวลาแค่ไม่กี่นาที นั่นแปลว่าพื้นที่ในการเก็บประจุไฟของแบตก้อนนั้นหดหายไปเกือบหมดแล้ว ทำให้ไฟเข้าไปเต็มพื้นที่ความจุที่เหลือน้อยนิดอย่างรวดเร็ว
7. เครื่องอืดหรือค้าง
เมื่อแบตเสื่อมสภาพ ระบบปฏิบัติการในมือถือบางแบรนด์จะทำการลดความเร็วในการประมวลผลลงโดยอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้ดึงไฟจากแบตเตอรี่มากเกินไปจนเครื่องดับ ผลที่ตามมาคือสมาร์ตโฟนจะทำงานหน่วงขึ้น ทัชไม่ค่อยติด หรือแอปพลิเคชันค้างบ่อย ๆ
วิธีเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ (Battery Health)
นอกจากการสังเกตจากพฤติกรรมการใช้งานจริงแล้ว ยังสามารถเข้าไปดูตัวเลขสุขภาพแบตเตอรี่ (Battery Health) ในระบบเพื่อความชัวร์ได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ดังนี้
สำหรับ iPhone
เข้าไปที่เมนูการตั้งค่า (Settings) > แบตเตอรี่ (Battery) > สุขภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ (Battery Health & Charging)
ตรงจุดนี้จะมีตัวเลขบอกความจุสูงสุด (Maximum Capacity) หากตัวเลขลดลงต่ำกว่า 80% ทาง Apple แนะนำว่า ควรพิจารณาเปลี่ยนแบตใหม่ได้แล้ว เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สำหรับ Android
สำหรับมือถือแอนดรอยด์จะมีเพียงแค่บางแบรนด์เท่านั้นที่สามารถเข้าไปเช็กได้ ทั้งนี้สามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้
เข้าไปที่เมนูการตั้งค่า (Settings) > แบตเตอรี่ (Battery) เพื่อดูสถานะสุขภาพแบต
บางรุ่นอาจต้องพิมพ์รหัสเช็กผ่านแป้นโทรศัพท์ เช่น Samsung สามารถเช็กผ่านแอปพลิเคชัน Samsung Members ได้เลย หรือถ้าหาระบบเช็กในเครื่องไม่เจอ ก็สามารถโหลดแอปพลิเคชันเสริมอย่าง AccuBattery มาช่วยวิเคราะห์สุขภาพแบตเตอรี่แทนได้
เคล็ดลับการถนอมแบตเตอรี่ ไม่ให้แบตเสื่อมก่อนเวลาอันควร
ถ้าแบตยังสุขภาพดีอยู่ หรือเพิ่งไปเปลี่ยนแบตใหม่มา ลองมาดูวิธีดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้อยู่ทนทาน ไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนกันบ่อย ๆ
เลี่ยงการเล่นโทรศัพท์ขณะชาร์จ เพราะทำให้เกิดความร้อนสะสม
อย่าปล่อยให้แบตเหลือ 0% หรือเครื่องดับเองบ่อย ๆ แบตลิเธียมไม่ชอบการหมดเกลี้ยง
ใช้สายชาร์จและหัวชาร์จที่ได้มาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงไฟไม่เสถียร
หลีกเลี่ยงการวางมือถือในที่ร้อนจัด เช่น บนคอนโซลรถ หรือกลางแดด
หากต้องออกไปข้างนอกนาน ๆ การพกพาวเวอร์แบงค์ที่ได้มาตรฐานติดตัวไว้ จะช่วยให้ชาร์จไฟได้อย่างสม่ำเสมอ ลดการชาร์จเร่งด่วน (Fast Charge) ที่อาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นได้
หยุดทำร้ายแบตเตอรี่ด้วยความร้อน! เปลี่ยนมาใช้เคสคุณภาพจาก CaseClub
อย่างที่รู้กันดีว่า ความร้อนคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้แบตมือถือเสื่อมไว การเลือกใช้เคสโทรศัพท์ที่ระบายความร้อนได้ดี จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่หลายคนมองข้าม CaseClub ขอแนะนำเคสมือถือคุณภาพพรีเมียมที่ออกแบบมาให้ปกป้องตัวเครื่องได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมวัสดุ Hybrid PC และ TPU ที่มีคุณสมบัติกันกระแทก และตัววัสดุไม่หนา ไม่บางเกินไป ทำให้สามารถกระจายความร้อนได้ดี ไม่ทำให้เครื่องอมความร้อนขณะชาร์จ หรือใช้งานหนัก แถมยังหมดกังวลเรื่องปัญหาเคสเหลืองง่ายให้มือถือดูสวยใสเหมือนใหม่อยู่เสมอ พร้อมถนอมแบตเตอรี่ไปในตัว
สรุปบทความ
อาการแบตโทรศัพท์เสื่อมเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้นตามอายุการใช้งาน แต่ถ้าเราหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ออกไปได้อีกนาน หวังว่า ข้อมูลการเช็ก และวิธีดูแลแบตเตอรี่ที่นำมาฝากกันในบทความนี้ จะช่วยให้ทุกคนดูแลมือถือเครื่องโปรดได้ดีขึ้น และใช้งานได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด
ทั้งนี้ หากกำลังมองหาเคสคุณภาพที่ช่วยปกป้องเครื่องและลดการสะสมความร้อน สามารถเลือกชมและสั่งซื้อเคสจาก CaseClub ได้สะดวกผ่านเว็บไซต์ และร้านค้าอย่างเป็นทางการ Shopee เลือกแบบที่ใช่ แล้วดูแลมือถือให้พร้อมใช้งานในทุกวันได้ง่ายขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถ้าแบตเสื่อมแล้วไม่เปลี่ยน จะส่งผลเสียต่อเครื่องอย่างไร?
หากปล่อยทิ้งไว้ อาการแบตเตอรี่บวมอาจจะดันหน้าจอ หรือฝาหลังจนปริแตก และพังเสียหายได้ นอกจากนี้การที่เครื่องดับเองบ่อย ๆ ยังส่งผลเสียต่อเมนบอร์ด และระบบปฏิบัติการภายใน อาจทำให้ข้อมูลสำคัญสูญหาย หรือรุนแรงที่สุดคือแผงวงจรช็อตพังทั้งเครื่องจนซ่อมไม่คุ้ม
ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนทำให้แบตเสื่อมจริงไหม?
สมาร์ตโฟนยุคใหม่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่ชาร์จเต็ม 100% ดังนั้น การชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนจึงไม่ได้ทำให้แบตเสื่อมโดยตรง แต่สิ่งที่ต้องระวังคือความร้อน หากวางชาร์จไว้บนที่นอนหนา ๆ หรือใช้เคสที่ระบายความร้อนไม่ดี ความร้อนที่สะสมต่างหากที่จะเข้าไปทำลายเซลล์แบตเตอรี่ได้
แบตบวมแต่ยังใช้งานได้ปกติ จำเป็นต้องเปลี่ยนไหม?
จำเป็นต้องเปลี่ยนทันที แม้จะยังชาร์จไฟเข้าและเปิดเครื่องเล่นได้ปกติ แต่แบตที่บวมคือแบตที่กักเก็บแก๊ส และสารเคมีที่เสื่อมสภาพไว้ข้างใน ซึ่งเสี่ยงต่อการลุกไหม้ หรือระเบิดได้ตลอดเวลา เมื่อเกิดความร้อน ถูกกระแทก ไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง และอันตรายที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน








